top of page

มือเปียกจับ สวิตช์ไฟ แบบไหนปลอดภัย? แบบกด หรือ แบบสัมผัส

  • รูปภาพนักเขียน: Padchaya Vodnork
    Padchaya Vodnork
  • 15 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที
สวิตช์ไฟ

อุบัติเหตุภายในบ้านที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ การถูกไฟฟ้าดูดจากการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะที่ร่างกายเปียกชื้น ลองนึกภาพเหตุการณ์ที่คุณเพิ่งล้างมือเสร็จหรือก้าวเท้าออกจากห้องน้ำด้วยตัวที่ยังไม่แห้งสนิท แล้วเผลอเอื้อมมือไปกดสวิตช์เพื่อปิดไฟตามความเคยชิน ความรู้สึกวูบที่ปลายนิ้วเมื่อกระแสไฟรั่วไหลผ่านน้ำเข้าสู่ร่างกายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้เราจะรู้ดีว่าต้องเช็ดมือให้แห้งก่อนสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่ในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การเลือกใช้ สวิตช์ไฟ ที่มีการออกแบบโครงสร้างให้ป้องกันความชื้นได้ตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า


สวิตช์แบบกด ความคุ้นเคยที่มาพร้อม "ช่องว่าง"


สวิตช์แบบกดหรือแบบกระดกเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีใช้กันแทบทุกบ้านมาอย่างยาวนาน หากเราพิจารณาถึงหน้าที่ว่า สวิตช์ไฟ ทําหน้าที่อะไร ในเชิงกลไก มันคืออุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว เพื่อไปแตะหรือแยกหน้าสัมผัสทองแดงภายในวงจรให้ไฟติดหรือดับ จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของสวิตช์ประเภทนี้คือลักษณะทางกายภาพที่ต้องมี "ร่อง" หรือช่องว่างเล็กๆ ระหว่างปุ่มกดกับตัวกรอบหน้ากากเพื่อให้ปุ่มสามารถขยับตัวได้


ช่องว่างเหล่านี้เองที่เป็นประตูบานสำคัญให้น้ำหรือความชื้นจากมือที่เปียกโชกซึมผ่านเข้าไปได้ง่าย โดยเฉพาะหากตัวอุปกรณ์มีอายุการใช้งานมานานจนพลาสติกเริ่มกรอบแตกหรือเบ้าหลอมเริ่มหลวม ร่องน้ำจะกว้างขึ้นจนอาจนำพาหยดน้ำเข้าไปถึงชิ้นส่วนโลหะที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ภายใน เมื่อเกิดความชื้นสะสมสะพานไฟภายในอาจเกิดประกายไฟ หรือทำให้กระแสไฟรั่วผ่านน้ำออกมาสู่ปลายนิ้วของผู้ใช้งานได้ทันที สวิตช์ประเภทนี้จึงมีความเสี่ยงสูงหากติดตั้งในจุดที่เปียกชื้นโดยไม่มีฝาครอบกันน้ำอย่างมิดชิด


สวิตช์แบบสัมผัส หน้ากากกระจก เกราะป้องกันชั้นดี


ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสวิตช์แบบสัมผัสขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ โครงสร้างภายนอกของสวิตช์สัมผัสส่วนใหญ่มักทำจากกระจกนิรภัย แผ่นเดียวที่ปิดสนิทไร้รอยต่อและไม่มีชิ้นส่วนขยับเขยื้อน กระจกนิรภัยนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มันคือ "ฉนวนไฟฟ้า" ที่ป้องกันไม่ให้ร่างกายของผู้ใช้งานสัมผัสกับวงจรไฟฟ้าภายในโดยตรง


หลักการทำงานของสวิตช์สัมผัสจะอาศัยการตรวจจับประจุไฟฟ้าที่ปลายนิ้ว หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านผิวกระจก ดังนั้นแม้ในขณะที่คุณมือเปียกแล้วไปแตะที่สวิตช์ สิ่งที่น้ำสัมผัสคือพื้นผิวกระจกที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา น้ำจึงไม่สามารถซึมเข้าไปถึงวงจรไฟฟ้าด้านในได้เหมือนสวิตช์แบบกดดั้งเดิม ความปลอดภัยจึงสูงกว่าเกือบ 100% ตราบเท่าที่แผ่นกระจกไม่แตกร้าว ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่เสี่ยง เช่น หน้าห้องน้ำ หรือบริเวณห้องครัว


โซนอันตรายในห้องน้ำ วางตำแหน่งอย่างไรให้ปลอดภัย


การเลือกประเภทสวิตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้าใน "พื้นที่เปียก" ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ มาตรฐานสากลแนะนำว่าการติดตั้ง สวิตช์ไฟ ควรมีระยะห่างจากแหล่งน้ำ เช่น อ่างล้างหน้าหรือฝักบัว อย่างน้อย 60 เซนติเมตร (เรียกว่า Zone 2) เพื่อป้องกันละอองน้ำกระเด็นใส่โดยตรง


นอกจากสวิตช์ไฟแล้ว สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการติดตั้งคู่กับ ปลั๊กไฟ ในห้องน้ำ เนื่องจากปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์ที่รับแรงดันไฟสูงและมีช่องเสียบที่เปิดกว้าง หากจำเป็นต้องมีปลั๊กไฟใกล้กับอ่างล้างหน้าเพื่อใช้งานไดร์เป่าผมหรือแปรงสีฟันไฟฟ้า ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าเต้ารับนั้นมีฝาครอบกันน้ำ แบบใสปิดทับไว้อีกชั้นเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือระบบไฟฟ้าในส่วนนี้ต้องมีการเดินสายดิน และเชื่อมต่อกับเบรกเกอร์ตัดไฟรั่ว ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ เพื่อที่ว่าหากเกิดเหตุไฟรั่วจริงๆ ระบบจะตัดการทำงานทันทีภายในเสี้ยววินาที


สวิตช์ไฟในบ้าน

เลือกยังไงให้เหมาะกับบ้าน?


ในการเลือกใช้งานจริงนั้น เราต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ควบคู่ไปกับงบประมาณ แม้สวิตช์สัมผัสจะชนะขาดในเรื่องความปลอดภัยจากความชื้นและการดีไซน์ที่ดูพรีเมียม แต่ก็มีข้อควรระวังคือ หากปลายนิ้วเปียกน้ำมากจนเกินไป น้ำอาจไปบดบังการตรวจจับประจุไฟฟ้าทำให้เซนเซอร์ตอบสนองช้าหรือรวนได้ในบางครั้ง ส่วนสวิตช์แบบกดจะมีความได้เปรียบในเรื่องของราคาที่เข้าถึงง่ายและซ่อมบำรุงได้สะดวกกว่าสำหรับช่างทั่วไป


สำหรับพื้นที่แห้ง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือโถงทางเดิน คุณสามารถใช้สวิตช์แบบกดทั่วไปเพื่อประหยัดงบประมาณได้ แต่สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่มีความชื้นสูงและมีการใช้งานขณะมือเปียกบ่อยๆ อย่างห้องน้ำหรือเคาน์เตอร์ครัว การลงทุนเปลี่ยนมาใช้สวิตช์แบบสัมผัสคือทางเลือกที่ชาญฉลาด เพราะเป็นการจ่ายเงินซื้อความปลอดภัยให้กับทุกคนในครอบครัวในระยะยาว


คำถามที่พบบ่อย


1. สวิตช์แบบสัมผัสทนน้ำได้ขนาดไหน? 


สวิตช์สัมผัสส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้กันละอองน้ำและความชื้นได้ดี แต่ไม่ควรฉีดน้ำใส่โดยตรง เว้นแต่จะได้รับมาตรฐาน IP65 ขึ้นไป วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องคือการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดที่ผิวกระจกเท่านั้น


2. ถ้าที่บ้านใช้ปลั๊กไฟรุ่นเก่าที่ไม่มีสายดิน จะอันตรายไหม?

 

อันตรายมาก โดยเฉพาะในจุดที่ใกล้ความชื้น แนะนำให้รีบปรึกษาช่างเพื่อเดินสายดินเพิ่มเติม หรืออย่างน้อยควรเปลี่ยนเต้ารับให้เป็นแบบที่มีมาตรฐานและติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดแยกวงจรเพื่อความปลอดภัย


3. สวิตช์แบบสัมผัสกินไฟตลอดเวลาไหม? 


กินไฟเพียงเล็กน้อยครับ (น้อยกว่า 0.1 วัตต์) เพื่อเลี้ยงวงจรเซนเซอร์และไฟสถานะ LED บนหน้าปัด ซึ่งถือว่าน้อยมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟรายเดือนเมื่อแลกกับความปลอดภัยและความสะดวกที่ได้รับ


สรุป


สวิตช์ไฟแบบสัมผัสคือผู้ชนะในเรื่องความปลอดภัยจากการใช้งานขณะมือเปียก ด้วยโครงสร้างหน้ากากกระจกนิรภัยที่ปิดผนึกมิดชิดไร้ร่องน้ำซึม ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกไฟดูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดควรมาพร้อมกับระบบสายดินที่ถูกต้องและการจัดวางตำแหน่งที่พาสมดุลกับแหล่งน้ำ เพื่อให้บ้านของคุณเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดอย่างแท้จริง


หากคุณกำลังวางแผนอัปเกรดระบบไฟฟ้าในบ้านให้ทันสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้น ติดต่อเรา Lighting Solution เราคือ พาร์ตเนอร์ระบบไฟที่คุณไว้ใจได้ เราคัดสรรผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ Bticino, Dahua, TKE, KEF ฯลฯ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ ติดตั้งได้ทั้ง บ้านเดี่ยว คอนโด โครงการอสังหาฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Lighting Solution Thailand หรือทางเว็บไซต์ lightingsolution.co.th

bottom of page