top of page

สวิตช์ 2 ทาง กับ 3 ทาง ดูยังไง ติดเองยากไหม?

  • รูปภาพนักเขียน: Padchaya Vodnork
    Padchaya Vodnork
  • 13 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที
สวิตช์ 2 ทาง กับ 3 ทาง ดูยังไง

เคยสงสัยบ้างไหม? เวลาที่เราเดินเข้าร้านวัสดุก่อสร้างเพื่อไปซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ สวิตช์ไฟ ที่เหมือนกันไปหมด แต่พอแกะกล่องออกมาดูด้านหลังกลับพบว่าจำนวนรูเสียบไม่เท่ากับตัวเดิมที่เสียไป บางคนพยายามต่อสายแบบเดาสุ่มจนทำให้ไฟช็อตหรือเบรกเกอร์ทริป ความจริงแล้ว สวิตช์ไฟ แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจนตามฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟจุดเดียว หรือการควบคุมไฟจากหลายจุด เช่น หัวเตียงและหน้าประตู บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักวิธีสังเกตสัญลักษณ์ด้านหลังสวิตช์แบบมืออาชีพ เพื่อให้คุณประเมินได้ว่างานนี้จะลุยเองหรือควรเรียกช่างมาช่วย


แยกให้ออก! 1 ทาง, 2 ทาง, 3 ทาง ต่างกันที่ "รูด้านหลัง"


การแยกแยะสวิตช์อย่างถูกต้องต้องดูที่จุดต่อสาย (Terminal) ด้านหลังอุปกรณ์เป็นหลักตามมาตรฐานสากล ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ไม่ยาก ดังนี้


สวิตช์ทางเดียว (1-Way)


เป็นสวิตช์พื้นฐานที่สุด มี 2 รู หรือ 2 ขั้วต่อ ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรหลอดไฟจุดเดียว เหมาะสำหรับห้องทั่วไป


สวิตช์ 2 ทาง (2-Way)


รุ่นนี้จะมี 3 รู มักระบุเลข 0, 1, 3 หรือสัญลักษณ์ L1, L2 และ COM ใช้สำหรับเปิด-ปิดไฟดวงเดียวกันจาก 2 จุด เช่น บริเวณโถงบันได หรือห้องนอนที่คุณสามารถเปิดไฟที่หน้าประตูและปิดไฟได้ที่หัวเตียง


สวิตช์ 3 ทาง (Intermediate หรือ 4-Way)


รุ่นนี้หาซื้อยากที่สุด ด้านหลังจะมี 4 รู ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างสวิตช์ 2 ทางสองตัว เพื่อให้สามารถควบคุมไฟดวงเดียวได้จาก 3 จุดขึ้นไป เช่น ในโถงทางเดินยาวๆ หรืออาคารหลายชั้น

เคล็ดลับสำคัญสำหรับมือใหม่คือการถ่ายรูปด้านหลังสวิตช์ตัวเดิมไว้เทียบ หรือสังเกต Diagram วงจรที่มักจะพิมพ์นูนอยู่บนพลาสติกของตัวสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าได้อุปกรณ์ที่ตรงตามความต้องการของระบบไฟเดิมในบ้านคุณ


หลักการเดินสายไฟ ความยากที่คุณต้องรู้


เมื่อทราบแล้วว่า สวิตช์ไฟ ทําหน้าที่อะไร ในแต่ละประเภท ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าใจมาตรฐานสีสายไฟตาม มอก. 11-2553 เพื่อความปลอดภัย สายไฟสีน้ำตาลคือสาย Line (L) ที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ ส่วนสายสีฟ้าคือสาย Neutral (N) ที่ไม่มีไฟ ระบบการเดินสายไฟของสวิตช์ 2 ทางจะมีความซับซ้อนกว่าสวิตช์ทั่วไป เพราะต้องมี "สายคู่" (Traveler Wires) วิ่งเชื่อมถึงกันระหว่างสวิตช์ทั้งสองตัวเพื่อให้วงจรทำงานสัมพันธ์กัน


กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือ "สวิตช์ต้องตัดที่สาย Line (สีน้ำตาล) เสมอ" ห้ามนำสาย Neutral มาต่อเข้าสวิตช์เพื่อตัดวงจรเด็ดขาด เพราะแม้คุณจะปิดสวิตช์แล้ว แต่กระแสไฟฟ้าจะยังคงเลี้ยงอยู่ที่ขั้วหลอดไฟ หากคุณไปเปลี่ยนหลอดไฟหรือสัมผัสโดนอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การทำงานกับสวิตช์ 2 ทางจึงต้องใช้ความละเอียดในการไล่สายมากกว่าปกติหลายเท่า


อย่าจำสลับกับ "ปลั๊กไฟ"


ปัญหาที่พบบ่อยในการซ่อมแซมเองคือในบล็อกไฟหนึ่งจุดมักจะมีทั้งสวิตช์และ ปลั๊กไฟ อยู่รวมกันในหน้ากากเดียว ทำให้สายไฟพัวพันกันยุ่งเหยิงจนมือใหม่แยกไม่ออก ข้อควรระวังคือวงจรของเต้ารับหรือปลั๊กไฟต้องการสายครบ 3 เส้น คือ L (ไฟ), N (นิวทรัล) และ G (สายดิน) เพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้และปลอดภัย แต่ในขณะที่วงจรสวิตช์ต้องการเพียงสาย L (เข้าและออก) เพื่อไปตัดต่อไฟเท่านั้น


หากคุณเผลอจำสลับกันและเอาสาย Neutral ของชุดปลั๊กไฟมาจิ้มเข้าที่รูของสวิตช์ 2 ทางเพราะเห็นว่ามีรูว่างอยู่ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Short Circuit" หรือไฟฟ้าลัดวงจรทันทีที่คุณกดเปิดสวิตช์ไฟ เพราะมันคือการเอาสายไฟที่มีกระแส (L) มาเจอกับสายที่ไม่มีกระแส (N) โดยตรงโดยไม่ผ่านโหลดหรือหลอดไฟนั่นเอง ดังนั้นก่อนรื้อสายเดิมออกควรทำเครื่องหมายหรือติดเทปกาวระบุประเภทสายไว้ให้ชัดเจนเสมอ


สวิตช์ไฟ

เดินสายจริง กับ สวิตช์ไร้สาย แบบไหนกว่า?


สำหรับเจ้าของบ้านที่อยากอัปเกรดจากสวิตช์ทางเดียวเป็นสวิตช์ 2 ทางเพื่อความสะดวก มีสองทางเลือกหลักที่ต้องพิจารณา


การเดินสายจริง (Hardwire)


ข้อดี: มีความเสถียรสูงสุด 100% ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องแบตเตอรี่หรือสัญญาณรบกวน

ข้อเสีย: หากบ้านสร้างเสร็จแล้ว การเดินสายเพิ่มอาจหมายถึงการกรีดผนัง ฝังท่อร้อยสาย และทำสีใหม่ ซึ่งเป็นงานใหญ่และมีค่าใช้จ่ายสูง


เทคโนโลยีไร้สาย (Wireless Switch)


ข้อดี: ติดตั้งง่ายมาก เพียงเปลี่ยนสวิตช์ตัวแม่ที่จุดเดิม แล้วนำแป้นสวิตช์ตัวลูกที่เป็นสัญญาณไร้สายไปแปะไว้ที่ไหนก็ได้ตามต้องการ ไม่ต้องเดินสายไฟเพิ่มให้เจ็บตัวบ้าน

ข้อเสีย: มีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ปกติ และต้องคอยเปลี่ยนถ่านหรือตรวจสอบแบตเตอรี่ตามระยะเวลา


คำถามที่พบบ่อย


1. สวิตช์ 2 ทางสามารถนำมาใช้แทนสวิตช์ 1 ทางได้ไหม? 


ได้โดยการต่อสายเข้าที่รู COM และ L1 (หรือตามแผนผังที่ระบุข้างหลัง) เพียงแค่สองรู ก็จะทำงานเหมือนสวิตช์ทางเดียวปกติ แต่ราคาของสวิตช์ 2 ทางจะสูงกว่าสวิตช์ 1 ทางเล็กน้อย


2. มาตรฐานสีสายไฟเก่ากับใหม่ต่างกันอย่างไร? 


ตามมาตรฐานใหม่ (มอก. 11-2553) สาย L คือสีน้ำตาล และ N คือสีฟ้า แต่ถ้าเป็นบ้านเก่าที่เดินสายตามมาตรฐานเดิม สาย L อาจจะเป็นสีดำ และ N เป็นสีเทา ดังนั้นควรใช้ไขควงวัดไฟเช็คให้แน่ใจก่อนเสมอ


3. ติดตั้งสวิตช์ 2 ทางเองยากเกินไปไหมสำหรับคนทั่วไป?

 

หากมีพื้นฐานความรู้เรื่องวงจรไฟฟ้าและมีไขควงวัดไฟก็สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าเป็นจุดที่มีทั้งสวิตช์และ ปลั๊กไฟ อยู่รวมกันจำนวนมาก แนะนำให้ปรึกษาช่างไฟจะปลอดภัยที่สุดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่นำไปสู่ไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร


หากคุณกำลังมองหาชุดหน้ากากไฟ สวิตช์คุณภาพสูง หรือปลั๊กไฟที่มีดีไซน์สวยงามและปลอดภัยสำหรับบ้านของคุณ ติดต่อเรา Lighting Solution มีบริการออกแบบและติดตั้งครบวงจร ให้บ้านของคุณสะดวก ปลอดภัย และทันสมัย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Lighting Solution Thailand หรือทางเว็บไซต์ lightingsolution.co.th

bottom of page