ลิฟต์เปล่าวิ่งรับคน เสียค่าไฟฟรีจริงหรือ
- Padchaya Vodnork
- 7 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

เจ้าของอาคารหลายคนมักจะหงุดหงิดทุกครั้งที่มองหน้าจอแสดงผลแล้วเห็นว่า ลิฟต์กำลังวิ่งขึ้นวิ่งลงโดยไม่มีผู้โดยสารอยู่ภายใน เพราะความเข้าใจทั่วไปมักมองว่านั่นคือต้นทุนค่าไฟที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือที่เรียกกันว่า "Ghost Run" อย่างไรก็ตาม ในทางวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล ความจริงกลับซับซ้อนกว่านั้น การที่ลิฟต์วิ่งตัวเปล่าไม่ได้หมายความว่าจะกินไฟน้อยเสมอไป และในบางจังหวะ น้ำหนักที่ไม่สมดุลนี่เองที่เป็นตัวการสูบเงินจากกระเป๋าคุณมากที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปดูไส้ในของระบบขับเคลื่อนว่า จังหวะไหนที่ลิฟต์ทำงานได้คุ้มค่า และจังหวะไหนที่ทำให้ค่าไฟบานปลายโดยไม่จำเป็น
รู้จัก ตุ้มถ่วงน้ำหนัก ช่วยประหยัดไฟ (ถ้าใช้ถูกวิธี)
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ลิฟต์โดยสาร ส่วนใหญ่ทำงานได้คือระบบตุ้มถ่วงน้ำหนัก (Counterweight) ซึ่งจะแขวนอยู่ด้านตรงข้ามของห้องโดยสารผ่านสลิงและรอก หลักการนี้มีไว้เพื่อช่วยผ่อนแรงของมอเตอร์ โดยปกติแล้วตุ้มถ่วงจะถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเท่ากับ "น้ำหนักรถเปล่า + 40-50% ของน้ำหนักบรรทุกสูงสุด"
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน ระบบลิฟต์ก็เหมือน "ไม้กระดก" ในสนามเด็กเล่น หากสองฝั่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน มอเตอร์จะใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยในการหมุนรอกเพื่อให้ลิฟต์เคลื่อนที่ แต่เมื่อน้ำหนักสองฝั่งต่างกันมาก มอเตอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้าม
ลิฟต์โดยสาร ตัวเปล่า วิ่งขึ้น vs วิ่งลง
เมื่อเราเข้าใจเรื่องตุ้มถ่วงแล้ว จะพบว่าทิศทางการวิ่งมีผลต่อค่าไฟอย่างมีนัยสำคัญ
กรณีวิ่งขึ้นตัวเปล่า (Empty Car Up)
ในจังหวะนี้ฝั่งตุ้มถ่วงจะหนักกว่าห้องโดยสาร ตุ้มถ่วงจึง "ช่วยดึง" รถลิฟต์ขึ้นไปตามแรงโน้มถ่วง มอเตอร์จึงทำงานเบามากและกินไฟน้อยที่สุด
กรณีวิ่งลงตัวเปล่า (Empty Car Down)
นี่คือจุดที่น่ากลัวที่สุด เพราะมอเตอร์ต้องออกแรง "ฉุดตุ้มถ่วงอันหนักอึ้ง" ให้ลอยสวนทางแรงโน้มถ่วงขึ้นไปเพื่อให้รถลิฟต์ตัวเปล่าเคลื่อนที่ลงมาข้างล่าง
ดังนั้น การปล่อยให้ลิฟต์วิ่งลงมารับคนชั้นล่างบ่อยๆ โดยไม่มีคนโดยสารลงมาด้วย คือจุดรั่วไหลของค่าไฟที่เจ้าของอาคารมักคาดไม่ถึง ยิ่งเป็นตึกสูง ระยะทางที่ลิฟต์วิ่งลงตัวเปล่าก็ยิ่งกินไฟมหาศาล

บรรทุกแค่ไหนถึงเรียกว่า "คุ้มค่าไฟ"
ในทางวิศวกรรม ภาวะที่ประหยัดพลังงานที่สุดเรียกว่า "Balanced Load" หรือภาวะสมดุล ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนโดยสารประมาณ 40-50% ของความจุคันรถ (เช่น ลิฟต์รับได้ 10 คน แต่มีคนนั่ง 4-5 คน) ในสภาวะนี้น้ำหนักฝั่งรถลิฟต์จะใกล้เคียงกับฝั่งตุ้มถ่วงมากที่สุด ทำให้มอเตอร์ทำงานน้อยที่สุดทั้งขาขึ้นและขาลง
นอกจากนี้ แม้แต่ในระบบ ลิฟต์บ้าน ขนาดเล็ก หลักการสมดุลน้ำหนักนี้ก็ยังถูกนำมาใช้เพื่อลดภาระของระบบไฟฟ้าในครัวเรือน การมีผู้โดยสารเต็มคันรถตลอดเวลาก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะในขาขึ้นมอเตอร์จะต้องแบกน้ำหนักมหาศาลสวนทางกับตุ้มถ่วง ทำให้กินไฟสูงเช่นกัน
เทคนิคบริหารจัดการสำหรับอาคารสำนักงาน ลด Ghost Run อย่างไร
เพื่อไม่ให้ค่าไฟบานปลายจากการวิ่งรถเปล่า เจ้าของอาคารควรพิจารณาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ดังนี้
ระบบควบคุมจุดหมายปลายทาง
ระบบนี้จะจัดกลุ่มผู้โดยสารที่ไปชั้นเดียวกันให้อยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกัน ช่วยลดจำนวนรอบการหยุดจอดและลดรอบการวิ่งตัวเปล่าลงได้ชัดเจน
การจัดโซน
แบ่งการทำงานของลิฟต์เป็นโซนชั้นสูงและชั้นต่ำ เพื่อลดระยะทางการวิ่งที่เปล่าประโยชน์
Standby Mode
ตั้งค่าให้ลิฟต์จอดพักในชั้นกลยุทธ์ที่มีคนเรียกบ่อย เช่น ชั้น Lobby หรือชั้นศูนย์อาหาร แทนที่จะวิ่งกลับไปจุดจอดเดิม (Parking Floor) ทุกครั้งเมื่อไม่มีคนเรียก
สรุป
การที่ลิฟต์วิ่งรถเปล่าไม่ได้หมายความว่าเสียค่าไฟฟรีเสมอไป แต่การบริหารจัดการให้ลิฟต์ไม่ต้องวิ่งลงตัวเปล่า คือหัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงาน การหมั่นตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานและปรับตั้งค่าระบบควบคุมให้สอดคล้องกับ Traffic จริงของอาคาร จะช่วยให้เจ้าของอาคารลดต้นทุนพลังงานได้ในระยะยาว
หากคุณต้องการที่ปรึกษาด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบลิฟต์หรือต้องการติดตั้งระบบประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าไฟ ติดต่อเรา Lighting Solution เราคือ พาร์ตเนอร์ระบบไฟที่คุณไว้ใจได้ เราคัดสรรผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ Bticino, Dahua, TKE, KEF ฯลฯ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ ติดตั้งได้ทั้ง บ้านเดี่ยว คอนโด โครงการอสังหาฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Lighting Solution Thailand หรือทางเว็บไซต์ lightingsolution.co.th


