top of page

5 จุด "ห้ามวาง" led driver ถ้าไม่อยากเปลี่ยนหม้อแปลงบ่อยๆ

  • รูปภาพนักเขียน: Padchaya Vodnork
    Padchaya Vodnork
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
 LED Driver

เคยสงสัยไหมว่า เวลาเราซื้อ led driver ไปไม่นาน แต่ทำไมไฟเริ่มกระพริบ ติดๆ ดับๆ หรือ Driver น็อคไปดื้อๆ เสียแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้สิ่งแรกที่เรามักจะโทษก่อนเสมอคือ สินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือร้านค้าเอาของไม่ดีมาขายหรือเปล่า



แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ความจริงที่น่าตกใจว่า กว่า 60% ของเคส Driver พังไว ไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้า แต่เกิดจาก "การติดตั้งผิดตำแหน่ง" โดยเฉพาะการนำ Driver ไปวางใน "จุดอับ" ที่ระบายความร้อนไม่ได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการเอาหม้อแปลงไปอบในเตาไมโครเวฟตลอดเวลาที่เปิดไฟ บทความนี้จะพาคุณไปเช็คลิสต์ 5 จุดอันตรายที่คุณ "ห้าม" วาง led driver โดยเด็ดขาด หากไม่อยากเสียเงินเปลี่ยนหม้อแปลงใหม่ซ้ำซาก และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบ้านคุณครับ มาดูกันว่ามีจุดไหนบ้างที่คุณอาจจะเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว


ทำไม "ตำแหน่งติดตั้ง" ถึงสำคัญต่ออายุการใช้งานของ Driver?


ก่อนจะไปดูจุดต้องห้าม เราต้องเข้าใจหัวใจสำคัญของอุปกรณ์ชนิดนี้ก่อนว่า led driver คืออะไร และทำไมมันถึงกลัวความร้อนนัก อธิบายง่ายๆ คือ LED Driver เปรียบเสมือนหัวใจของระบบไฟ LED ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าจากไฟบ้าน (AC 220V) ให้กลายเป็นไฟกระแสตรง (DC 12V หรือ 24V) เพื่อป้อนให้กับเม็ดไฟ LED ซึ่งในกระบวนการแปลงไฟนี้ driver ทําหน้าที่อะไร อีกอย่างหนึ่งโดยธรรมชาติคือการ "คายความร้อน" ออกมา หรือที่เรียกว่า Heat Dissipation ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบ Switching Power Supply


ปัญหาจะเกิดขึ้นทันทีหากความร้อนที่ถูกคายออกมานี้ "ไม่มีที่ไป" หรือระบายออกไม่ทัน เพราะความร้อนสะสมคือศัตรูตัวฉกาจของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายใน โดยเฉพาะตัวเก็บประจุ (Capacitor) ที่อยู่ข้างใน หากได้รับความร้อนสูงเกินพิกัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน สารเคมีภายในจะเดือดจนตัวบวมและอาจระเบิดได้ในที่สุด ส่งผลให้วงจรขาด ไฟไม่ติด หรือไฟกระพริบ นอกจากนี้ยังมีศัตรูอีกตัวคือ "ความชื้น" ที่เป็นของแสลงสำหรับวงจรไฟฟ้า หากตำแหน่งติดตั้งมีความชื้นสูง ก็จะนำไปสู่การเกิดสนิมที่ขาอุปกรณ์และการลัดวงจรได้ ดังนั้นตำแหน่งติดตั้งจึงเป็นปัจจัยชี้ชะตาว่า Driver ตัวนั้นจะอยู่กับคุณได้นาน 5 ปี หรือแค่ 5 เดือน


5 จุดอันตราย "ห้ามวาง" LED Driver โดยเด็ดขาด


จุดแรก : วาง LED Driver ไว้ใต้ฉนวนกันความร้อน


หลายบ้านนิยมปูฉนวนกันความร้อนใยแก้วหนาๆ เพื่อกันร้อนจากหลังคา แต่หารู้ไม่ว่าการนำ led driver ไปวางซุกไว้ใต้ฉนวน หรือเอาฉนวนมาโปะทับตัว Driver ไว้ คือการฆ่าตัวตายชัดๆ เพราะฉนวนมีหน้าที่ "กักเก็บความร้อน" ไม่ให้ผ่านเข้ามา แต่ในทางกลับกันก็ "กักขังความร้อน" จากตัว Driver ไม่ให้ออกไปเช่นกัน ทำให้ความร้อนสะสมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกินจุดวิกฤต เปรียบเสมือนคุณใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ แล้วไปวิ่งกลางแดด ร่างกายระบายความร้อนไม่ได้ ในที่สุด Driver ก็จะเสียหายอย่างรวดเร็ว


LED Driver ทำหน้าที่อะไร

จุดที่ 2 : วาง LED Driver ซ้อนทับกันหลายตัว


จุดอันตรายต่อมาคือการวาง Driver กองรวมกันเป็นคอนโดมิเนียมเพื่อความสวยงามและประหยัดพื้นที่ แต่หารู้ไม่ว่าความร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง การวางซ้อนกันจะทำให้ความร้อนจากตัวล่างลอยขึ้นไปเผาตัวบน และตัวบนก็ส่งความร้อนกลับลงมาสะสมกันเอง ทำให้ Driver ตัวที่อยู่ตรงกลางหรือด้านบนสุดต้องรับภาระความร้อนมหาศาล อายุการใช้งานจะสั้นลง และเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้หากความร้อนสะสมมากเกินไป


จุดที่ 3 : วาง LED Driver ในจุดปิดทึบ ไม่มีช่องระบายอากาศ


การนำ Driver ใส่ในกล่องพลาสติกกันน้ำใบเล็กๆ ที่ปิดสนิท หรือซ่อนไว้ในซอกตู้เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่แน่นเอี๊ยดจนไม่มีอากาศไหลเวียน แม้จะดูเรียบร้อยสวยงาม แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับเตาอบ เมื่อ Driver ทำงานและคายความร้อนออกมา อากาศร้อนจะวนเวียนอยู่ภายใน ไม่มีการแลกเปลี่ยนกับอากาศเย็นภายนอก อุณหภูมิภายในกล่องจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายวงจรภายใน ดังนั้นหากจำเป็นต้องใส่กล่อง ต้องมั่นใจว่าเป็นกล่องที่มีช่องระบายอากาศเพียงพอ


จุดที่ 4 : วาง LED Driver ไว้ในจุดเสี่ยงน้ำรั่วซึมหรือความชื้นสูง


หลายคนอาจคิดว่าวางบนฝ้าปลอดภัยแล้ว แต่อย่าลืมดูว่าตำแหน่งนั้นอยู่ใกล้กับท่อน้ำทิ้งแอร์ ใต้ห้องน้ำชั้นบน หรือใต้ซิงค์ล้างจานหรือไม่ เพราะจุดเหล่านี้มีความเสี่ยงที่น้ำจะหยดใส่ หรือมีความชื้นสะสมสูง หากคุณใช้ Driver รุ่น Indoor (มาตรฐาน IP20) ที่มีช่องระบายอากาศเป็นตะแกรงเหล็ก ความชื้นและละอองน้ำสามารถเล็ดลอดเข้าไปทำลายวงจรได้ง่ายมาก ก่อให้เกิดไฟช็อตและเป็นอันตรายถึงชีวิต


จุดที่ 5 : วาง LED Driver ใกล้แหล่งกำเนิดความร้อนอื่น


เช่น การวาง led driver ติดกับคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือวางในตำแหน่งที่โดนแสงแดดส่องโดยตรงตลอดทั้งวัน การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระความร้อนให้กับตัวอุปกรณ์เป็นสองเท่า (External Heat + Internal Heat) ซึ่งเกินกว่าที่ระบบระบายความร้อนของตัว Driver จะรับไหว ส่งผลให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนดหลายเท่าตัว


5 จุดห้ามวาง LED Driver

แล้ววาง LED Driver ตรงไหนดีที่สุด?


เมื่อรู้จุดห้ามวางแล้ว คำถามต่อมาคือแล้วควรวางตรงไหน หลักการง่ายๆ คือต้องเน้นที่ อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นอันดับแรก ควรวาง Driver ในที่โล่ง บนฝ้าที่มีพื้นที่ว่างรอบตัวอุปกรณ์ หรือหากต้องอยู่ในตู้ไฟ ก็ควรเป็นตู้ที่มีตะแกรงระบายอากาศ (Ventilation Holes) เพื่อให้ลมสามารถพัดพาความร้อนออกไปได้ตามธรรมชาติ การไหลเวียนของอากาศที่ดีจะช่วยลดอุณหภูมิสะสมได้มากกว่า 10-20 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานได้มหาศาล


นอกจากเรื่องความร้อนแล้ว ต้องคำนึงถึงการ Service ง่าย ด้วย ควรเลือกตำแหน่งที่สามารถเปิดช่องเซอร์วิส (Service Hatch) ขึ้นไปซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้สะดวก โดยไม่ต้องรื้อฝ้าหรือทุบผนังใหญ่โต เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอายุขัย วันหนึ่งก็ต้องมีการเปลี่ยน หากติดตั้งในจุดที่เข้าถึงยาก ค่าแรงในการรื้อซ่อมอาจแพงกว่าค่าของเสียอีก


สุดท้ายคือการ ยึดให้แน่นหนา ไม่ควรวาง Driver ห้อยโตงเตง หรือวางพาดไว้เฉยๆ เพราะแรงสั่นสะเทือน (เช่น จากการเดินบนชั้นสอง หรือการปิดประตูแรงๆ) อาจทำให้ขั้วสายไฟที่ต่อไว้หลวมคลอน เกิดประกายไฟ (Arcing) และนำไปสู่ความร้อนสะสมที่ขั้วต่อได้ ควรยึด Driver กับพื้นผิวที่มั่นคงด้วยสกรูหรือกาวสองหน้าเกรดอุตสาหกรรมเสมอ


ทริคเลือก Driver ให้เหมาะกับสถานที่


บางครั้งเราอาจเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายไม่ได้จริงๆ เช่น จำเป็นต้องติดตั้งไฟในห้องน้ำ ใต้ชายคา หรือบริเวณสวนหย่อม ในกรณีนี้การเลือกสเปกของ Driver จึงสำคัญมาก หากคุณประเมินแล้วว่าจุดติดตั้งมีความชื้นสูง หรือมีโอกาสโดนละอองฝน แม้จะเป็นพื้นที่ในร่ม ก็ควรเลือกใช้รุ่น กันน้ำ (Waterproof IP67) เท่านั้น เพราะ Driver รุ่นกันน้ำจะมีการหล่อซิลิโคนปิดทับวงจรภายในทั้งหมด (Potting) ทำให้ทนทานต่อความชื้นและฝุ่นละอองได้ 100% แม้ราคาจะสูงกว่ารุ่นปกติเล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความอุ่นใจที่ไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนบ่อยๆ ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก


สรุป


การติดตั้ง led driver ไม่ใช่แค่การต่อสายไฟให้ครบวงจรแล้วจบไป แต่ต้องคำนึงถึง "บ้าน" ที่มันจะอยู่ด้วย การใส่ใจเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงจุดอับความร้อน ความชื้น และยึดหลักการระบายอากาศที่ดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานของหม้อแปลงไฟให้ยาวนานสมกับราคาที่จ่ายไป ช่วยคุณประหยัดงบค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว และที่สำคัญที่สุดคือช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเหตุไฟไหม้ ให้บ้านของคุณสว่างไสวและปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน


Lighting Solution เราคือ พาร์ตเนอร์ระบบไฟที่คุณไว้ใจได้ เราคัดสรรผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ Bticino, Dahua, TKE, KEF ฯลฯ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ ติดตั้งได้ทั้ง บ้านเดี่ยว คอนโด โครงการอสังหาฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Lighting Solution Thailand หรือทางเว็บไซต์ lightingsolution.co.th

bottom of page